หน่วยการเรียนรู้ที่ 4

เอกสารการขนส่ง

         
 

ความหมายของการขนส่ง

การขนส่งเป็นกิจกรรมในทางเศรษฐกิจด้านบริการอย่างหนึ่งในการเคลื่อนย้ายบุคคล สิ่งของ หรือสินค้า จากสถานที่แห่งหนึ่งไปยังสถานที่หนึ่งตามความต้องการ โดยอาศัยเครื่องมือหรือสิ่งต่างๆ ในการขนส่ง

บทบาทและความสำคัญของการขนส่ง

1.  ช่วยขยายขอบเขตของตลาดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

2.  ช่วยปรับระดับราคาสินค้าให้มีความแน่นอนและเกิดเสถียรภาพ (Price

Stability)

3.  ช่วยให้เกิดการแข่งขันในตลาด (Market Competition)

4.  ช่วยให้มีการแบ่งงานกันทำตามความถนัด (Division of Labour)

5.  ช่วยให้เกิดการผลิตขนาดใหญ่ (Mass Production)

6.  ช่วยให้มีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมยิ่งขึ้น (Income Distribution)

7.  ช่วยให้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น

8.     ช่วยให้มูลค่าหรือราคาที่ดินสูงขึ้น 

 

ประเภทของการขนส่ง

1.  การขนส่งทางน้ำ

2.  การขนส่งทางบก

3.  การขนส่งทางอากาศ

4.  การขนส่งทางท่อ

ลักษณะและองค์ประกอบของการขนส่งทางน้ำ

1.  ผู้ประกอบการขนส่งทางน้ำระหว่างประเทศ

1.1  ผู้ประกอบการเดินเรือประจำทาง (Liner Operation)

1.2  ผู้ประกอบการเดินเรือจร (Tramp Operation)

1.3  ตัวแทนบริษัทเรือ (Ship’s Agent)

1.4  ชมรมการเดินเรือประจำทาง (Liner Conference)

2.  ยานพาหนะ ได้แก่ เรือ ซึ่งอาจแบ่งออกได้ 2 ประเภทใหญ่ คือ เรือที่ใช้จักรกลขับเคลื่อน และเรือที่ไม่ได้ใช้จักรกลขับเคลื่อน

3.  ท่าเรือ (Port) โดยแบ่งท่าเรือออกได้ 2 ชนิดคือ

3.1  ท่าเรือพิเศษ

3.2  ท่าเรือสำหรับสินค้าทั่วไป

4. เส้นทางเดินเรือ

การขนส่งโดยระบบคอนเทนเนอร์ (Containerization)

รูปแบบคอนเทนเนอร์

1.  คอนเทนเนอร์แบบบรรจุสินค้าทั่วไป (General Purpose Freight Container)

     1.1 คอนเทนเนอร์ตามมาตรฐานองค์การมาตรฐานระหว่างประเทศ (International Organization Standards : ISO)

      1.2  คอนเทนเนอร์ที่มิได้ตามมาตรฐานองค์การมาตรฐานระหว่างประเทศ

2. คอนเทนเนอร์แบบบรรจุสินค้าเฉพาะอย่าง (Container for Special

Purpose)

ปัจจัยที่ใช้พิจารณาเพื่อตัดสินใจเลือกระบบการขนส่ง

1.  เลือกเส้นทางการขนส่งที่สะดวกและเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุด

2.     เลือกพาหนะขนส่งสินค้าที่มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพของสินค้า

3.     เลือกภาชนะหีบห่อที่ประหยัดเนื้อที่และมีน้ำหนักไม่มาก

 

เอกสารที่ใช้ในการขนส่งสินค้า

1.  เอกสารการขนส่งสินค้าขาออก

                หลังจากที่ได้กรอกรายการต่างๆ ในใบจองระวางเรือแล้วก็จะยื่นให้กับบริษัทเพื่อจะได้นำเอารายการต่างๆ ในใบจองระวางไปถ่ายทอดลงในใบคำสั่งให้นำสินค้าบรรทุกเรือ เพื่อใช้เป็นเอกสารนำส่งสินค้าเข้ามาบรรจุตู้เพื่อขนสินค้าขึ้นบรรทุกเรือ เมื่อสินค้าถูกบรรทุกเรียบร้อยแล้ว พนักงานต้นหนเรือก็จะออกใบรับสินค้าขึ้นเรือ หลังจากนั้นผู้ส่งออกก็จะนำใบ Mate’s Receipt มายังบริษัทเรือเพื่อขอรับใบตราส่งสินค้า

2.  ชนิดของเอกสารที่ใช้ประกอบในการขนส่งสินค้าขาออก

2.1 ใบจองระวางเรือ (Shipping Particular or Booking Note) เอกสารนี้
เป็นของบริษัทเรือหรือตัวแทน เพื่อให้ผู้ส่งออกกรอกข้อความต่างๆ เพื่อทำการจองระวางเรือเป็นการล่วงหน้าก่อนที่จะนำสินค้ามาบรรทุกลงเรือ

2.2  ใบกำกับสินค้าหรือบัญชีราคาสินค้า (Commercial Invoice) ฝ่ายผู้

ขายจะต้องจัดทำขึ้นมาเพื่อแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า

2.3  ใบแสดงรายการบรรจุหีบห่อ (Packing List) เอกสารนี้ผู้ขายจะจัดทำ

ขึ้นมาเพื่อแสดงให้ทราบถึงการบรรจุสินค้าลงไปในบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการขนส่งระหว่างประเทศ เพื่อสะดวกในการตรวจสอบสินค้า

2.4  ใบสั่งให้นำสินค้าบรรทุกเรือ (Shipping Order : S/O) เอกสารนี้จะ

ออกโดยบริษัทหรือตัวแทนเรือหลังจากที่ได้มีการจองระวางเรือเรียบร้อยแล้ว เพื่อสั่งการให้ต้นหนเรือรับสินค้าขึ้นบรรทุกเรือตามรายการ

2.5  ใบรับสินค้าขึ้นเรือ (Mate’s Receipt) ต้นหนเรือจะออกเอกสารให้ผู้           

ส่งออกเพื่อเป็นหลักฐานรับรองว่าได้รับสินค้าขึ้นเรือแล้ว 

2.6  ใบบัญชีรายการสินค้าในเรือ (Manifest) บริษัทเรือหรือตัวแทนจะ

บันทึกรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าที่นำขึ้นบรรทุกบนเรือเพื่อให้ต้นหนเรือนำไปพร้อมกับสินค้า

2.7  ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading : B/L) เอกสารใบนี้จะออกโดยบริษัท

เรือหรือตัวแทนและมอบให้กับผู้ส่งสินค้าเพื่อใช้เป็นหลักฐานว่าบริษัทเรือได้รับดำเนินการขนส่งสินค้าให้แล้วตามความประสงค์ของผู้ส่งสินค้า

2.8  ใบตราส่งสินค้าทางอากาศ (Airway Bill) เป็นใบตราส่งที่มีคุณสมบัติ

เพียงใบรับขน (Receipt) และสัญญาขน (Contract) เท่านั้น เพื่อใช้เป็นหลักฐานแสดงถึงรายละเอียดของสินค้าและรายละเอียดเกี่ยวกับการบิน รวมทั้งใช้แสดงน้ำหนักของสินค้าที่ขน

2.9  ใบขนสินค้าขาออกและแบบแสดงรายการค้า (Export Entry) เป็น

เอกสารที่ออกโดยศุลกากรเพื่อให้ผู้ส่งออกใช้กรอกรายการข้อมูลต่างๆ

      2.10  ใบอนุญาตส่งออก (Export Licence) เอกสารนี้จะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อสินค้าที่จะส่งออกไปนั้นเป็นสินค้าประเภทต้องขออนุญาตเพื่อส่งออก

2.11       ใบรายงานการส่งของออก (ธ.ต.1) ใช้สำหรับยื่นประกอบใบขนสินค้า

ขาออก

                2.12  ใบตราส่งทางรถไฟ (Rail Way Bill) เป็นเอกสารที่ออกโดยการรถไฟ ใช้เป็นหลักฐานว่าได้รับสินค้าจากผู้ส่งออกเพื่อขนส่งไปยังจุดหมายปลายทางในต่างประเทศแล้ว

 2.13  ใบรับพัสดุภัณฑ์ไปรษณีย์ (Parcel Post Receipt) เอกสารนี้ใช้เป็น

ใบรับ ซึ่งออกโดยสำนักงานไปรษณีย์ (Post Office) ของประเทศต้นทางที่ส่งสินค้าให้ไว้เป็นหลักฐานว่าจะจัดส่งหีบห่อสินค้าให้แก่ผู้รับปลายทาง

 3.  ชนิดของเอกสารที่ใช้ประกอบในการขนส่งสินค้าขาเข้า

3.1  ใบบัญชีรายการสินค้าในเรือ (Manifest) เอกสารนี้จะถูกนำมายื่นแก่

พนักงานศุลกากร โดยต้นหนจะต้องรีบรายงานภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากเรือได้เทียบท่าแล้วเพื่อใช้ประกอบร่วมกับเอกสารอื่นๆ ในการผ่านพิธีการศุลกากร ก่อนที่จะนำ             สินค้าลงจากเรือ

3.2  ใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการค้า (Import Entry) เป็นแบบ

เอกสารของศุลกากรซึ่งผู้นำเข้าต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ให้สมบูรณ์ เพื่อยื่นผ่านพิธีการศุลกากรสำหรับเป็นหลักฐานการชำระภาษีนำเข้า

3.3  ใบรายงานการนำเข้า (ธ.ต.2) เอกสารนี้ออกโดยธนาคารแห่งประเทศ

ไทย ใช้ในกรณีที่มีการนำเข้าสินค้ามูลค่าเกินกว่า 500,000 บาทขึ้นไป

3.4  ใบกำกับสินค้า (Commercial Invoice) เอกสารนี้จะต้องใช้ประกอบ

ร่วมกับเอกสารใบอื่นๆ เพื่อตรวจสอบรายการตัวสินค้านำเข้าบนเรือให้ถูกต้องตรงกับรายการในเอกสาร เพื่อการผ่านพิธีการศุลกากรก่อนจะนำสินค้าจากเรือขึ้นท่าเรือต่อไป

3.5  ใบกำกับสินค้าของสถานกงสุล (Consular Invoice) จากสถานกงสุลที่

ประจำอยู่ในประเทศผู้ส่งออก

3.6  ใบรายการบรรจุหีบห่อ (Packing List) เอกสารนี้จะใช้แนบพร้อมกับ

เอกสารที่กล่าวอ้างแล้วข้างต้น เพื่อยื่นผ่านพิธีการทางศุลกากร

3.7  หนังสือค้ำประกันจากธนาคาร (Letter of Guarantee)

3.8  ใบสั่งปล่อยสินค้า (Delivery Order : D/O) เป็นเอกสารที่บริษัทเรือได้

ออกให้กับผู้นำเข้าสินค้า เมื่อผู้นำเข้าได้นำใบ B/L มายื่นแลกเปลี่ยนขอรับใบ D/O ไปเพื่อจะนำเอาใบ D/O ไปยื่นแสดงต่อเจ้าหน้าที่คลังสินค้าให้ปล่อยสินค้าจากคลังท่าเรือมอบให้แก่ผู้นำเข้า