หน่วยการเรียนรู้ที่ 8

เอกสารการค้าต่างประเทศ

         
 

ความหมายของสถาบันการเงิน

ธนาคาร คือ สถาบันการเงินหรือองค์กรธุรกิจที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการเงิน โดยการระดมเงินทุน จากผู้ที่มีเงินทุนเกินความต้องการ และจะกระจายเงินทุนให้แก่ผู้ที่ต้องการเงินทุนแต่ขาดแคลนเงินทุนของตนเอง

บทบาทและความสำคัญของธนาคารที่มีต่อธุรกิจ

1.     ช่วยระดมเงินออกมาจากแหล่งต่างๆ เพื่อให้มีเงินทุนเพียงพอที่จะให้

ประชาชนและผู้ประกอบการธุรกิจกู้ยืมไปใช้ในการบริโภคและการประกอบธุรกิจ การค้า

2. ช่วยให้การติดต่อค้าขายหรือดำเนินธุรกิจทั่วไปสะดวกขึ้น

3. ช่วยในเรื่องความรู้ความชำนาญในการดำเนินธุรกิจ

4. ช่วยให้ผู้ลงทุนลดการเสี่ยงภัยจากการที่จะต้องลงทุนเป็นจำนวนมาก

5. ช่วยทำให้เกิดสภาพคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ

ประเภทของธนาคาร

1.  ธนาคารกลาง เป็นสถาบันการเงินที่ทำหน้าที่ควบคุมระบบการเงินและเครดิตของประเทศเป็นนายธนาคารของธนาคารพาณิชย์

2.  ธนาคารพาณิชย์  เป็นสถาบันการเงินที่ประกอบธุรกิจประเภทรับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อทวงถาม

3.  ธนาคารเฉพาะกิจ  เป็นธนาคารที่ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะอย่าง ตั้งขึ้นในรูปของรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ความหมายและหน้าที่ของธนาคารพาณิชย์

ความหมาย การธนาคารพาณิชย์

ธนาคารพาณิชย์   หมายความว่า ธนาคารที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์ และหมายความรวมตลอดถึงสาขาของธนาคารต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการธนาคารพาณิชย์

หน้าที่ของธนาคารพาณิชย์     

1.  การให้บริการทางการเงินและบริการอื่นๆ

1.1  การรับฝากเงิน

1.2  การให้กู้ยืมเงิน

1.3  การรับรองและอาวัลตั๋วเงิน

1.4  การโอนเงิน

1.5  บริการด้านการค้าต่างประเทศ

1.6  การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ

1.7  การบริการวิเทศธนกิจ

1.8  การเรียกเก็บเงินตามตราสารการเงิน

1.9  การซื้อขายหลักทรัพย์ทางการเงิน

   1.10  บริการบัตรเครดิต

    1.11 การให้เช่าตู้นิรภัยเก็บรักษาทรัพย์สินมีค่า

    1.12  การออกหนังสือค้ำประกัน

    1.13  บริการเป็นทรัสตี (Trustee)

    1.14  บริการอื่นๆ

2.  การสร้างเงินฝาก

บริการรับฝากเงิน

มีขั้นตอนเกี่ยวกับการเปิดบัญชีดังนี้

1.  การเปิดบัญชีเงินฝาก

     1.1  กรณีการเปิดบัญชีเงินฝากส่วนบุคคล มักจะมีเงื่อนไขต่อไปนี้

            1)  เอกสารประจำตัวของผู้ขอเปิดบัญชี

            2)  ผู้จะมาขอเปิดบัญชีใหม่ควรจะมีผู้แนะนำ ซึ่งจะต้องเป็นผู้ที่ธนาคารควรรู้จักหรือเป็นลูกค้าของธนาคาร

            3)  จะต้องมีความประสงค์จะเปิดบัญชีกับธนาคารเป็นเวลานาน

            4)  ถ้าผู้ขอเปิดเป็นลูกค้าเก่าของธนาคารอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องมีหลักฐานอื่นมาแสดงอีก

            5)  ในกรณีที่ผู้ขอเปิดบัญชีเป็นห้างร้านหรือบริษัท ผู้ขอเปิดบัญชีจะต้องยื่นหลักฐานแสดงว่าผู้ขอเปิดนั้นเป็นผู้มีอำนาจที่จะดำเนินกิจการของห้างนั้นแท้จริง

            6)  จะต้องไม่เคยถูกธนาคารใดธนาคารหนึ่งสั่งปิดบัญชีมาก่อน

7)     การกรอกข้อความลงในแบบขอเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารและลง

ลายมือในบัตรตัวอย่างลายเซ็นมอบไว้กับเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นหลักฐานตรวจสอบกับลายเซ็นในเช็คที่สั่งจ่าย

8)     จำนวนเงินฝากครั้งแรกนั้น ทางธนาคารมักกำหนดไว้เป็นจำนวน

อย่างต่ำ

1.2  กรณีการเปิดบัญชีของห้างร้าน จะต้องมีเอกสารเพิ่มเติมอีก ได้แก่

1)  ทะเบียนการค้าออกให้โดยกรมสรรพากร

2)  บัตรประจำตัวของผู้เป็นเจ้าของ

3)  ตราของห้างร้าน

1.3  กรณีการเปิดบัญชีของห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลและห้างหุ้นส่วน

จำกัด จะต้องมีหนังสือและเอกสารมาแสดง ดังนี้คือ

1)     หนังสือรับรองการจดทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง กรมทะเบียนการ

ค้า กระทรวงพาณิชย์

2)  หนังสือรับรองของกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์

3)  ตราของห้าง

4)     บัตรประจำตัวหุ้นส่วนผู้จัดการและผู้ที่เกี่ยวข้อง

1.4  กรณีการเปิดบัญชีของบริษัทจำกัด จะต้องมีเอกสารต่างๆ มาแสดง คือ

1)  หนังสือบริคณห์และข้อบังคับของบริษัทฯ

2)  หนังสือรับรองการจดทะเบียนของหอทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง

กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์

3)  รายงานการประชุมของผู้ถือหุ้นของบริษัทเกี่ยวกับการแต่งตั้งคณะกรรมการของบริษัท

4)  ตราของบริษัทซึ่งเป็นตราเดียวกับที่ได้แสดงไว้ที่หอทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง

5)  บัตรประจำตัวผู้จัดการหรือผู้มีอำนาจเซ็นสั่งจ่ายเงินในบัญชี

1.5  กรณีการเปิดบัญชีของมูลนิธิ สมาคม สโมสร จะต้องมีเอกสารดังนี้

1)  หนังสืออนุญาตก่อตั้ง ซึ่งกองบังคับการตำรวจสันติบาล กรมตำรวจเป็นผู้ออกให้

2)  ระเบียบข้อบังคับของมูลนิธิ สมาคม สโมสร

3)  รายงานการประชุมเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินจากบัญชีเงินฝาก

4)  ตราของมูลนิธิ สมาคม หรือสโมสรนั้นๆ

5)  บัตรประจำตัวของนายกสมาคม

2.  วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการฝากเงิน

2.1  การฝากเงินจะต้องกรอกใบฝากเงินตามแบบฟอร์มที่ธนาคารแห่งนั้นมอบให้เท่านั้น

2.2  ใบฝากเงินของแต่ละธนาคารย่อมแตกต่างกันออกไป

2.3 การฝากด้วยเงินสด หรือเช็คในเวลาเดียวกัน จะต้องเขียนแยกใบฝากกันคนละใบ

2.4 นำใบฝากเงินที่เขียนเรียบร้อยแล้วยื่นต่อธนาคารพร้อมด้วยเงินสดหรือ

เช็ค ทางธนาคารก็จะตรวจนับเงินสดหรือเช็คเทียบกับสมุดฝากเงิน เมื่อเห็นว่าถูกต้องตรงกันแล้วก็จะเช็นชื่อและประทับตราธนาคารที่รับฝากในต้นขั้วและตรงรอยปรุตรงกลางแห่งหนึ่ง แล้วก็จะเก็บเงินสดและเช็คพร้อมฉีกปลายขั้วเก็บไว้ คืนต้นขั้ว ให้ผู้ฝากเก็บไว้เป็นหลักฐานแสดงว่าธนาคารได้รับฝากเงินไว้ถูกต้อง

3.  ประเภทบัญชีเงินฝาก

3.1  เงินฝากกระแสรายวัน

3.2  เงินฝากออมทรัพย์ (Saving Account)

3.3  เงินฝากประจำ (Time or Fixed Deposit)

4. วิธีการถอนเงินฝากบัญชีกระแสรายวัน

4.1  เช็ค (Cheque) คือหนังสือตราสารซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่า ผู้สั่งจ่าย สั่งให้

ธนาคารใช้เงินจำนวนหนึ่งเมื่อทวงถามให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง หรือให้ใช้ตามคำสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่งอันเรียกว่า ผู้รับเงิน

4.2  วิธีการเขียนเช็ค

1)     ทุกครั้งที่เขียนเช็ค ผู้สั่งจ่ายควรเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับผู้รับเงิน

จำนวนเงิน วันสั่งจ่ายให้ครบถ้วนสมบูรณ์

2)  ระบุชื่อหรือยี่ห้อผู้รับเงินให้ชัดเจน และขีดฆ่าคำว่า หรือผู้ถือ ออก

3)  กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงินให้ชัดเจน

4)     เช็คที่เสียหรือไม่ต้องการใช้ ควรทำลายเสียด้วยการฉีกหรือเผาทิ้ง 

5)  อย่าสั่งจ่ายเงินเกินยอดคงเหลือในบัญชีเงินฝากของตน

6)  กรอกรายการต่างๆ บนเช็คให้ครบถ้วน

4.3  ชนิดของเช็คที่สั่งจ่าย

1)  เช็คสั่งจ่ายแก่ผู้ถือ (Bearer Cheque)

2)  เช็คสั่งจ่ายตามคำสั่ง (Order Cheque)

5. การจ่ายเงินของธนาคาร ธนาคารจะจ่ายเงินต่อเมื่อปฏิบัติถูกต้องตามวิธี

การเขียนเช็ค แต่ธนาคารอาจจะปฏิเสธการจ่ายเงินในกรณีต่อไปนี้

5.1  เงินในบัญชีไม่พอจ่าย หรือ

5.2  เช็คพ้นกำหนด 6 เดือน

5.3  มีคำบอกกล่าวว่า เช็คหายหรือถูกลักไป

6.  การคืนเช็ค (Cheque Return)

6.1  เงินในบัญชีไม่พอจ่าย

6.2  เช็คไม่สมบูรณ์

6.3  บัญชีปิดแล้ว หรือไม่มีบัญชี

7.  ชนิดของเช็คแบบต่างๆ

7.1  เคาน์เตอร์เช็ค (Counter Cheque) เป็นเช็คที่ธนาคารมีสำรองไว้ที่

ธนาคารสำหรับผู้ที่ลืมนำสมุดเช็คติดตัวไปด้วย

7.2  แคชเชียร์เช็ค (Cashier’s Cheque) เป็นเช็คที่ใช้ในกิจการของธนาคารเอง

7.3  เช็คที่ธนาคารรับรอง (Certified Cheque) คือ เช็คที่ธนาคารรับรองโดย

ประทับตรา รับรองแล้ว  ธนาคารรับรองว่าเช็คฉบับนั้นๆ มีเงินจ่ายแน่ๆ

7.4  เช็คของขวัญ (Gift Cheque) เหมาะสำหรับให้ผู้อื่นเป็นของขวัญ

7.5  เช็คสำหรับผู้เดินทาง (Traveller’s Cheque)

8.  การขีดคร่อมเช็ค (Crossing)

8.1  ขีดคร่อมทั่วไป (General Crossing) จะเป็นเส้นคู่เฉยๆ หรือมีข้อความ

และบริษัท ด้วยก็ได้

8.2  ขีดคร่อมเฉพาะ (Special Crossing) ขีดเส้นคู่แล้วยังต้องระบุข้อความ

หรือใส่ชื่อธนาคารที่จะนำเงินไปเข้าฝากในบัญชีอีกด้วย

ประโยชน์ของการขีดคร่อมเช็ค

-  ผู้จ่ายหรือผู้ขีดคร่อมไม่ต้องรับผิดชอบเมื่อธนาคารจ่ายเงินให้ผู้รับโดยตรง

-  ป้องกันขโมย

-  ป้องกันการผิดพลาดในเรื่องการนำเงินเข้าบัญชี

-  ป้องกันการปลอมแปลงจำนวนเงินในเช็ค

9. การสลักหลังเช็ค (Cheque Endorsement)

9.1 สลักหลังลอย (Blank Endorsement) เซ็นชื่อเฉยๆ ถือว่า สั่งจ่ายเช็คให้แก่ผู้ถือ

9.2  สลักหลังเฉพาะ (Special Endorsement) เขียนชื่อผู้รับเงินแล้วลงนาม

9.3  สลักหลังห้ามโอน (Restrictive Endorsement) ต้องเขียนระบุจ่ายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง 

10.  ข้อพึงปฏิบัติเมื่อได้รับเช็คมาจากผู้จ่าย

10.1  นำเช็คไปขึ้นเงินสดกับธนาคารที่ระบุในเช็คภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

10.2  นำเช็คเข้าบัญชีเงินฝากของตนกับธนาคารตามที่ตนต้องการ

11. เช็คหาย  หากเช็คสูญหายไปด้วยประการใดก็ตาม ผู้สั่งจ่ายจะต้องรีบแจ้ง

ให้ธนาคารทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็ว และขอให้ระงับการจ่ายเงินตามเช็คฉบับนั้น

บริการให้สินเชื่อหรือให้กู้ยืมเงิน

1.     การให้เบิกเงินเกินบัญชี (Overdraft) คือ การที่ธนาคารให้กู้ยืมโดยให้ลูกค้า

เบิกเงินเกินจำนวนที่ฝากในบัญชีกระแสรายวันของลูกค้า

2.     การให้กู้เงินระยะสั้นและระยะยาวทั้งจำนวน (Loans) ผู้กู้จะทำสัญญากู้เงิน

จากธนาคารโดยที่ตนเองอาจไม่ได้เป็นลูกค้าหรือมีเงินฝากกับธนาคารมาก่อนก็ได้ โดยที่ธนาคารอาจเรียกให้ผู้กู้นำหลักทรัพย์ต่างๆ

3.     ตั๋วเงินซื้อลด (Bills Discounted) คือ การที่ลูกค้านำตั๋วเงินมาขายลดให้แก่

ธนาคารก่อนที่ตั๋วจะถึงกำหนดชำระเงิน

4.     การรับรองตั๋วเงินโดยธนาคาร (Bank’s Acceptance) มักเกิดขึ้นในกรณีมี

การซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศ โดยผู้ซื้อจะตกลงกับธนาคารว่า จะขอให้ธนาคารรับรองตั๋วเงินโดยการรับผิดชอบว่าจะจ่ายเงินตามตั๋วให้แก่ผู้ขายหรือผู้ส่งสินค้าออกแทนผู้นำเข้า

5.     การให้บริการเงินกู้ผ่านบัตรเครดิต 

การรับรองและการอาวัลตั๋วเงิน

การรับรองตั๋วเงินนั้น ธนาคารรับรองว่าจะใช้เงินตามจำนวนในตั๋วแลกเงินที่ผู้ทรงนำมายื่นให้รับรองนั้น ด้วยการเขียนลงไว้ด้านหน้าของตั๋วเงินว่า รับรองแล้ว และลงลายมือชื่อของผู้จ่ายเมื่อรับรองแล้ว

ส่วนการอาวัลตั๋วเงิน คือ การรับประกันการใช้เงินทั้งจำนวนหรือบางส่วนตามตั๋วแลกเงิน การทำอาวัลนั้นทำได้โดยการเขียนข้อความว่า ใช้ได้เป็นอาวัลและลง               ลายมือชื่อผู้รับอาวัลบนด้านหน้าของตั๋วเงิน

การโอนเงิน

ผู้โอนต้องเสียค่าธรรมเนียมให้แก่ธนาคาร การโอนทำได้หลายวิธี เช่น โดยการออกดราฟต์ หรือโอนทางโทรเลข โทรศัพท์ เป็นต้น

ให้บริการด้านการค้ากับต่างประเทศ

ธนาคารพาณิชย์ช่วยให้การติดต่อค้าขายกับต่างประเทศสะดวก รวดเร็ว และเชื่อถือได้

บริการวิเทศธนกิจ (International Banking Facilities : IBFs)

บริการด้านวิเทศธนกิจ หมายถึง การให้บริการทางการเงินในรูปของเงินฝาก เงินให้กู้ยืม และบริการทางการเงินอื่นๆ โดยมีขอบเขตการดำเนินงานดังนี้

1.  กิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมในต่างประเทศ (Out-Out Financing)

2.     กิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมในประเทศ (Out-In Financing) 

3.  การประกอบธุรกิจวิเทศธนกิจอื่นๆ เช่น

3.1  การซื้อขายปริวรรตเงินตราต่างประเทศที่มิใช่เงินบาท

3.2  การอาวัล การรับรอง หรือการค้ำประกันหนี้ใดๆ ที่เป็นเงินตราต่างประเทศ

3.3  การเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต

3.4  การจัดหาเงินกู้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่มีแหล่งที่มาจากต่างประเทศให้แก่ผู้ต้องการกู้

4.  การประกอบธุรกิจอื่นๆ เช่น การดำเนินธุรกิจวาณิชธนกิจ

การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ

การซื้อขายเงินตราต่างประเทศ ได้แก่ การขายเช็คเดินทาง ซื้อขายเงินตราต่างประเทศบางสกุลในราคากำหนด ซึ่งธนาคารก็จะได้กำไรจากผลต่างของการซื้อขายกัน

ใบรับฝากเงินที่เปลี่ยนมือได้ (Certificates of Deposit – C.D.)

การโอนเปลี่ยนมือได้ คือ ผู้ที่ถืออาจจะขายต่อไปโดยหวังผลกำไรจากราคาแตกต่างระหว่างราคาซึ่งซื้อและราคาขายได้เช่นเดียวกับตราสารอื่นๆ

ตั๋วแลกเงินที่รับรองโดยธนาคาร (Banker Acceptance)

ตั๋วแลกเงินที่รับรองโดยธนาคารเป็นตราสารที่ธุรกิจหรือเอกชนเป็นผู้ออกเมื่อต้องการเครดิต โดยให้ธนาคารรับรอง

บัตรเครดิต (Credit Card)

ธนาคารจะเป็นผู้ออกบัตรให้แก่ลูกค้าของตนที่ต้องการจะขอสินเชื่อ หรือเครดิต (กู้ยืม) จากธนาคาร ซึ่งบัตรชนิดนี้จะให้ความสะดวกและปลอดภัยแก่ลูกค้าในการถอน